โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร

โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี สพป.นครราชสีมา เขต 6 ได้รับการรับรองจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร เมื่อปีการศึกษา 2556

pet2

 

รางวัล    “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร”

           1.1 สภาพปัญหา แนวคิด หรือแรงจูงในการจัดทำผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จ

เป็นที่ประจักษ์   “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร”

จากกระแสโลกาภิวัฒน์ อันเกิดจากความเจริญเติบโตทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology ) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมโลกอยู่ในภาวะไร้พรหมแดน และนำโลกสู่การจัดระเบียบใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ก่อให้เกิดโอกาสและภัยคุกคามต่อคุณภาพชีวิตของพลโลกในด้านต่าง ๆ สังคมไทยในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกจะต้องปรับตัว โดยการพัฒนาคน ซึ่งหมายถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสมรรถภาพของคนให้มีพื้นฐานในการคิด เรียนรู้ และทักษะในการจัดการและการดำรงชีวิต สามารถเผชิญกับปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ( สำนักส่งเสริมสุขภาพ,2547 : 2 )

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 1 บททั่วไป ความมุ่งหมายและหลักการ มาตรา 6 ที่ระบุไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้  และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ( สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2549: 12 )

การเสริมสร้างสุขภาพกับการศึกษา เป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป การพัฒนาเด็กและเยาวชน จึงอยู่ที่กระบวนการจัดการศึกษาและการสร้างสุขภาพ ภายใต้ความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน ชุมชนและองค์กรในท้องถิ่น ซึ่งจะต้องมีการประสานความร่วมมือ ประสานประโยชน์ที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็กให้มีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและปลอดภัย

โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี  เป็นโรงเรียนหนึ่งที่มีความตระหนัก เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียน บุคลากรในโรงเรียน และสมาชิกในชุมชน ทั้งในเรื่องของการจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้และสุขภาพ การบริการตรวจสุขภาพ การเฝ้าระวังภาวะสุขภาพและการบริการรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่นักเรียน การเสริมสร้างสุขนิสัยที่ดีแก่นักเรียนที่เน้นสุขบัญญัติแห่งชาติ การบริการอาหารกลางวัน ที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ส่งเสริมการออกกำลังกาย การเล่นกีฬาและนันทนาการในโรงเรียน รวมทั้งการให้คำปรึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ แต่ในสภาพปัจจุบัน โรงเรียนยังมีปัญหาด้านสุขภาพและพฤติกรรมที่เสี่ยงของนักเรียน บุคลากรในโรงเรียนและสมาชิกในชุมชน ที่โรงเรียนจะต้องแก้ไขอีกมาก อาทิเช่น นักเรียน บุคลากรในโรงเรียนยังไม่เห็นความสำคัญของการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยของตนเอง นักเรียนส่วนหนึ่งยังมีปัญหาโรคในช่องปาก มีปัญหาเหงือกอักเสบ ฟันผุ การเลือกซื้ออาหารที่ไม่มีประโยชน์  การมีพฤติกรรมเสี่ยงทั้งในเรื่องการสูบบุหรี่ การดื่มสุรา รวมทั้งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่เอื้อต่อการเรียนรู้และสุขภาพ บริเวณโรงเรียนยังเป็นหลุมเป็นบ่อ ป่าไม้ ใบไม้ร่วงหล่นหมักหมมไม่เป็นระบบ  ไม่มีสวนหย่อม สนามเด็กเล่น ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของนักเรียน บุคลากรในโรงเรียน ด้านการสุขาภิบาลอาหาร โรงเรียนไม่มีสถานที่ประกอบอาหาร ที่นั่งรับประทานอาหารของนักเรียนไม่เพียงพอ ไม่สะอาด โรงเรียนยังไม่มีระบบการจำกัดขยะมูลฝอยและการบำบัดน้ำเสีย ระบบการบริการน้ำดื่มที่สะอาดไม่เพียงพอ ประกอบกับสภาพแวดล้อมในเขตบริการของโรงเรียน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา ประชาชนมีการเล่นการพนัน ดื่มสุรา จึงไม่ค่อยมีเวลาดูแลเอาใจใส่ด้านสุขภาพอนามัยของนักเรียนและตนเองเท่าที่ควร

จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น โรงเรียนจึงได้ดำเนินการเรื่อง การส่งเสริมสุขภาพของนักเรียน บุคลากรในโรงเรียนอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาและเสริมสร้าง ปลูกฝั่งสุขนิสัยที่ดี ให้สามารถพัฒนาสุขภาพของตนเองอย่างยั่งยืน โรงเรียนได้กำหนดรูปแบบการพัฒนาส่งเสริมสุขภาพอนามัย ในโรงเรียนขึ้น โดยใช้แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ของสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

การพัฒนาสุขภาพนักเรียนตามแนวทางของโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้แนวคิด การมีส่วนร่วมของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครองและชุมชน เพื่อให้โรงเรียนเป็นจุดเริ่มต้น และศูนย์รวมของการพัฒนาสุขภาพในชุมชน เป็นกลยุทธ์ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมดำเนินการกับฝ่ายการศึกษามาตั้งแต่ปี 2541  เป้าหมายให้มีการดำเนินงานโรงเรียนต้นแบบ  (Best  Practice  Model)  เพื่อเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ จังหวัดละ  1  โรงเรียนและขยายการดำเนินงานเป็นอำเภอละ 1  โรงเรียนในปี  2542  และในปี 2543  กำหนดเป้าหมายให้มีโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพอย่างน้อยตำบลละ  1  โรงเรียนทุกตำบล   ในปี 2545 ได้พัฒนาเกณฑ์ประเมินโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพครอบคลุมทั้ง  10  องค์ประกอบ  จัดระดับการประเมินเป็น 3 ระดับ คือ  ระดับทองแดง  เงิน  และทอง โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี  เข้าร่วมโครงการในปี พ.ศ. 2548    ศูนย์อนามัยที่  5  จังหวัดนครราชสีมา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  ได้ทำการประเมินตามเกณฑ์ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ   ผ่านการรับรองอยู่ในระดับทองแดง   และพัฒนากิจกรรมด้านสุขภาพจนผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเพิ่มขึ้นทุกปีติดต่อกันเป็นลำดับ  นอกจากการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพภายใต้  10  องค์ประกอบแล้ว   โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี ยังได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของนักเรียนมากขึ้น  จึงได้ริเริ่มโครงการเด็กไทยทำได้ในโรงเรียน   โดยมุ่งที่จะพัฒนานักเรียนแกนนำให้มีทักษะการเป็นผู้นำ   การบริหารจัดการ   และการสื่อสาร  เพื่อให้เกิดการจัดตั้งชมรมเด็กไทยทำได้ขึ้นในโรงเรียนและทำกิจกรรมที่เป็นปัญหาที่พบมากในโรงเรียน  3  เรื่อง  ได้แก่  เรื่องอาหารสะอาดปลอดภัย  สุขาน่าใช้  และเด็กไทยฟันดี  รวมถึงกิจกรรมสุขภาพอื่น ๆ

ต่อมาในปีการศึกษา  2555  โรงเรียนบ้านหนองขามนาดีได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนาศักยภาพนักเรียนแกนนำให้สามารถคิด  วิเคราะห์  ประเมินสถานการณ์สุขภาพ  และวางแผนแก้ไขปัญหา  โดยใช้กระบวนการวิจัยอย่างง่ายในรูปแบบของโครงงานสุขภาพ    จึงได้ยกระดับโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้น  คือโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร  ที่ประกอบด้วยมาตรฐาน 3  ด้าน ได้แก่  1)  ด้านการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ  2) ด้านการดำเนินงานสุขภาพของนักเรียนแกนนำ  3) ด้านผลสำเร็จของการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับ  ภาวะสุขภาพของนักเรียน  โครงการแก้ไขปัญหาในโรงเรียน   และงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมาตรฐานทั้ง 3  ด้าน ประกอบด้วย   19  ตัวชี้วัด   ที่เน้นการวัดผลทางสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนและผลการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการขึ้น  โดยมี สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลแก้งสนามนาง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  และศูนย์อนามัยที่  5  จังหวัดนครราชสีมา  ให้คำแนะนำกับโรงเรียนในการพัฒนาไปสู่โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร เพราะเห็นว่า โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี เป็นโรงเรียนที่มีขีดความสามารถแข็งแกร่ง มั่นคง ที่จะเป็นสถานที่ที่มีสุขภาพอนามัยที่ดี เพื่อการอาศัยศึกษาและทำงานที่เกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจกันพัฒนาพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีของทุกคนในโรงเรียน อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงบริบทต่าง ๆ ของโรงเรียน  เช่น  ด้านสภาพแวดล้อม  ผู้เรียน  ชุมชน  ว่ามีความเป็นไปได้ในการพัฒนา  เพื่อการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย
     2.2  วิธีดำเนินการจัดทำผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ “โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ระดับเพชร

การดำเนินงานเพื่อเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร เกิดจากการที่คณะครูและนักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพดี และความจำเป็นในการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตั้งแต่เด็ก ทั้งยังมุ่งมั่นที่จะสร้างให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาความเป็นอยู่อย่างมีสุขภาพดีของทุกคน ในชุมชน   ในการดำเนินงานของโรงเรียนบ้านหนองขามนาดีอย่างต่อเนื่องจากโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง 5  ปีซ้อน  และได้รับความร่วมมือจากศูนย์อนามัยที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สาธารณสุขอำเภอแก้งสนามนาง  โรงพยาบาลแก้งสนามนาง  ในการช่วยพัฒนาให้โรงเรียนผ่านเกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร ซึ่งข้าพเจ้าใช้การบริหารตามวงจร PDCA ในการพัฒนาโรงเรียนจนได้การรับรองมาตรฐานเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  โดยดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ประกอบด้วย  2  ขั้นตอน  คือ

           ขั้นตอนที่ 1   การดำเนินงานภายใต้  10  องค์ประกอบ  (โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง)

           ขั้นตอนที่ 2   การดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน 3  ด้าน  19  ตัวชี้วัด
(โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร)

        ขั้นตอนที่ 1   การดำเนินงานภายใต้  10  องค์ประกอบ

การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพภายใต้องค์ประกอบของการเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 10 ประการ  เป็นการดำเนินงานซึ่งส่วนใหญ่เน้นกระบวนการของกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อเป็นทิศทางแก่โรงเรียน   การผ่านเกณฑ์มาตรฐานการประเมินจัดเป็น  3  ระดับ  ได้แก่ระดับทองแดง    ระดับเงิน  และระดับทอง   ตามลำดับ

องค์ประกอบโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพทั้ง 10 ประการ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มหนึ่งเป็นองค์ประกอบด้านกระบวนการ  ได้แก่  นโยบายของโรงเรียนและการบริหารจัดการในโรงเรียน   

อีกกลุ่มหนึ่งเป็นองค์ประกอบด้านการส่งเสริมสุขภาพอันเป็นส่วนที่ช่วยให้การดูแลส่งเสริมสุขภาพเด็ก และบุคลากรมีความสมบูรณ์ครบถ้วน  ได้แก่  บริการอนามัยโรงเรียน  สุขศึกษาในโรงเรียน  โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย  การออกกำลังกาย กีฬา และนันทนาการ  การให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางสังคม  การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพ  และการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรใน   ทำหน้าที่เป็นฐานรองรับองค์ประกอบอื่น ๆ อันเป็นแนวคิดสำคัญที่มุ่งให้โรงเรียนและชุมชนร่วมกันทำงาน  เพื่อให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพที่ยั่งยืน  โดยมีแนวทางการดำเนินงานทั้ง 10 องค์ประกอบ ดังนี้

องค์ประกอบที่ 1  นโยบายของโรงเรียน  โรงเรียนกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพของโรงเรียน  ซึ่งจะส่งผลต่อกิจกรรมและการจัดสรรทรัพยากรเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ และถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติ

องค์ประกอบที่ 2  การบริหารจัดการในโรงเรียน  จัดองค์กรและระบบบริหารงานเพื่อให้การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  และมีความต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนงานโครงการส่งเสริมสุขภาพ  การจัดองค์กรรองรับแผนงาน และ การนิเทศ ติดตามและประเมินผล

องค์ประกอบที่ 3  โครงการร่วมระหว่างโรงเรียนและชุมชน  โรงเรียนได้กำหนดโครงการหรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างโรงเรียน   ผู้ปกครอง  และสมาชิกของชุมชน  ตั้งแต่เริ่มวิเคราะห์สภาพและสาเหตุของปัญหา  ร่วมวางแผนในการดำเนินงาน  ร่วมดำเนินการ   ร่วมตรวจสอบทบทวน  ร่วมแก้ไข  พัฒนาและปรับปรุง

องค์ประกอบที่  4  การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพ  โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี ได้จัดการ  ควบคุม  ดูแล  ปรับปรุงภาวะต่าง ๆ และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนให้อยู่ในสภาพที่ถูกสุขลักษณะเอื้อต่อการเรียนรู้ส่งเสริมสุขภาพกาย  จิต และสังคมรวมถึงการป้องกันโรคและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน

องค์ประกอบที่  5  บริการอนามัยโรงเรียน  โรงเรียนจัดให้มีบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับนักเรียนทุกคน ได้แก่  การเฝ้าระวังภาวะสุขภาพ การตรวจสุขภาพ และการรักษาพยาบาลเบื้องต้น                       ในโรงเรียน

องค์ประกอบที่  6  สุขศึกษาในโรงเรียน  โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี  จัดกิจกรรมสุขศึกษาทั้งในหลักสูตรการศึกษาและผ่านทางกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  เพื่อมุ่งให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้  และมีทักษะสุขภาพ ( Health Skills )    และทักษะชีวิต  ( Life Skills )   ที่นำไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมต่อการมีสุขภาพดี

องค์ประกอบที่  7  โภชนาการและอาหารปลอดภัย  ส่งเสริมให้นักเรียนมีภาวะการเจริญเติบโตสมวัย โดยจัดให้มีอาหารที่มีคุณค่าต่อสุขภาพ  สะอาด  ปลอดภัยให้กับนักเรียนและบุคลาการในโรงเรียน

องค์ประกอบที่  8  การออกกลังกาย กีฬา  และนันทนาการ  สงเสริมสนับสนุนใหนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนมีการออกกําลังกายเพื่อสุขภาพ จัดสถานที่ อุปกรณ และกิจกรรมการออกกําลังกาย กีฬา และนันทนาการ ตลอดจนรณรงค์ประชาสัมพันธ์ พรอมทั้งเปดโอกาสใหประชาชน เขามาใชสถานที่และอุปกรณหรือเขารวมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นตามความเหมาะสม

องค์ประกอบที่  9  การให้คำปรึกษาและสนับสนุนทางสังคม  โรงเรียนจัดระบบบริการใหคําปรึกษา แนะแนว และชวยเหลือนักเรียนที่มีปญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต และภาวะเสี่ยง รวมทั้งพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียน

องค์ประกอบที่  10  การส่งเสริมสุขภาพบุคลากรในโรงเรียน  โรงเรียนได้จัดกิจกรรมตาง ๆ เพื่อกระตุน สงเสริมใหบุคลากรในโรงเรียนมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สงผลดีตอสุขภาพของตนเองและ
เปนแบบอยางที่ดีแกนักเรียนในโรงเรียน

 

           ขั้นตอนที่ 2   การดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน 3  ด้าน  19  ตัวชี้วัด

โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี  ได้ดำเนินงานตามกระบวนการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพภายใต้องค์ประกอบ  10  ประการ  และผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง ตั้งแต่ปี 2551 – 2554 รวม 4 ปีแล้ว   ขั้นต่อไปเป็นการพัฒนาโรงเรียนสู่มาตรฐาน 3  ด้าน  19  ตัวชี้วัด  ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ทางสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียนร่วมกับผลการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ  สำหรับการผ่านเกณฑ์มาตรฐานการประเมินทั้ง  19  ตัวชี้วัดนี้   จัดระดับให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร  โดยมีแนวทางการดำเนินงานตามตัวชี้วัด  ดังนี้

           1.  ดำเนินงานตาม  10  องค์ประกอบของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ (ตามขั้นตอนที่ 1)

  2.  จัดตั้งชมรมเด็กไทยทำได้ ชมรมสุขภาพอื่นๆ ชุมนุมหรือแกนนำนักเรียนที่รวมตัวกันดำเนินเกี่ยวกับกิจกรรมสุขภาพอย่างสม่ำเสมอร่วมกันภายใต้การดูแลจากครูที่ปรึกษาชมรม 

มี 4 กิจกรรม  คือ

2.1 กิจกรรมอาหารสะอาดปลอดภัย ดำเนินการ ดังนี้

2.1.1 ผู้นำนักเรียนเผยแพร่ความรู้เรื่องการรับประทานอาหารที่สะอาดถูกสุขลักษณะ

2.1.2 ตรวจสอบ ดูแลโรงอาหาร  และโรงครัวให้สะอาด  ถูกสุขลักษณะ

2.1.3 ตรวจสอบ  ดูแล  และรณรงค์ให้อาหารสะอาด รสชาติอร่อย

(Clean  Food  Good Taste)

2.1.4 จัดอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพนักเรียน

2.1.5 จัดจำหน่ายอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

2.1.6 สำรวจและวิเคราะห์สารอาหารในโรงเรียน

2.2 กิจกรรมสุขาน่าใช้ ดำเนินการ ดังนี้

2.2.1 จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการใช้ห้องน้ำอย่างถูกวิธี

2.2.2 ให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขาให้สะอาดถูกสุขลักษณะ

2.2.3 แบ่งงานรับผิดชอบดูแลสุขาให้สะอาด  ถูกสุขลักษณะ  และสวยงาม  ปราศจากกลิ่น

2.2.4 ฝึกการทำการบูรดับกลิ่นจากวัตถุดิบธรรมชาติ

2.2.5 ฝึกทำสบู่เหลวจากเศษสบู่

2.2.6 สอนการล้างมือ 7 ขั้นตอน

2.3.6  ผู้นำนักเรียนรณรงค์  เรื่องการใช้ห้องสุขาอย่างถูกวิธี

2.3 กิจกรรมเด็กไทยฟันดี ดำเนินการ ดังนี้

2.3.1  รับการตรวจฟัน และ ช่องปากจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตลอดจนจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพช่องปาก  และ  การเลือกรับประทานอาหารที่มีผลกระทบต่อฟัน

2.3.2  ตรวจสุขภาพฟันด้วยตนเอง

2.3.3   จัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ : ศูนย์การเรียนรู้ให้ความรู้และสร้างความตระหนักในการรับประทานอาหาร/ขนมที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพ

2.3.4  ดูแลเพื่อนและน้อง ๆ ในการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันให้ถูกวิธีและสะอาด

2.3.5  กิจกรรมแปรงฟัน ย้อมสีฟัน

2.3.6  กิจกรรมอมน้ำเกลือหลังแปลงฟัน

2.3.7  ประกวดหนูน้อยฟันสะอาด วาดภาพ เขียนคำขวัญ

2.3.8  ควบคุมการจำหน่ายอาหารที่มีผลเสียต่อสุขภาพ  (ทอฟฟี่ น้ำอัดลม  ขนมกรุบกรอบ )

2.3.9   นักเรียนได้รับการส่งต่อ

2.4      กิจกรรมนาดีรักษ์สุขภาพ

2.4.1  นักเรียนแกนนำสำรวจห้องส้วมตามเกณฑ์มาตรฐาน

2.4.2  นักเรียนเป็นผู้นำส่งเสริมให้มีการบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ

2.4.3  จัดกิจกรรมเสียงตามสาย ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารปลอดภัยและเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป     

2.4.4  จัดกิจกรรมรณรงค์การป้องกันโรคต่างๆ ทั้งในโรงเรียนและชุมชน เช่น การกำจัดลูกน้ำยุงลาย  การป้องกันโรคไข้เลือดออก  เป็นต้น

2.4.5  จัดทำโครงงานแก้ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพภายในโรงเรียน  เช่น โครงงานเหาหายสบายหัว ด้วยพืชสมุนไพรในท้องถิ่น

 

            3. จัดทำโครงงานสุขภาพของนักเรียนเพื่อลดปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ดังนี้

3.1 โครงงานเรื่องเหาหายสบายหัว ด้วยพืชสมุนไพรในท้องถิ่น

โรคเหาเป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กนักเรียน ซึ่งโดยทั่วไปจะทราบกันดีว่าเป็นโรคที่น่ารังเกียจของเพื่อนๆและจะทำให้คันหนังศีรษะ โดยส่วนมากจะพบที่โรงเรียน ที่บ้าน ตลอดจนถึงชุมชนต่างๆ โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี  มีนักเรียนจำนวน 187 คน   จากการตรวจสุขภาพ 10 ท่า ของผู้นำนักเรียนด้านส่งเสริมสุขภาพ  พบว่ามีนักเรียนหญิงจำนวน  13  คนจากนักเรียนหญิงทั้งหมด  95  คน คิดเป็นร้อยละ  13.68  มีเหาซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็กอาศัยอยู่บนศีรษะของคนเรา  ที่กินเลือดและทำให้หนังศีรษะเป็นแผล  เมื่อไข่เหาและตัวเหาอาศัยอยู่ที่ผมและหนังศีรษะ จะทำให้คันและเกา ถ้าเกามากอาจทำให้เกิดแผลพุพองที่หนังศีรษะ ผู้ที่เป็น จะมีความรำคาญและขาดสมาธิในการเรียน   เกิดการติดต่อโดยตรงจากผู้ที่เป็นเหาโดยการเล่นหรือคลุกคลีกันอย่างใกล้ชิด นักเรียนจึงร่วมกันคิดหาวิธีแก้ปัญหาโดยศึกษา ค้นคว้าและปรึกษาภูมิปัญญาชาวบ้าน พบว่า สมุนไพรใบน้อยหน่าสามารถกำจัดเหาได้  โดยไม่เป็นอันตรายและไม่มีอาการแพ้เหมือนใช้สารเคมีซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้   ใบน้อยหน่าเป็นพืชสมุนไพรที่อยู่ใกล้ตัวเรา สามารถหาได้ง่าย ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย จากเหตุผลดังกล่าวจึงคิดทำการทดลองใช้ใบน้อยหน่ากำจัดเหา  เพื่อใช้สารสกัดใบน้อยหน่าที่ได้นำไปให้น้องๆนักเรียนหญิงใช้ในการสระผม ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ  มีขั้นตอนดำเนินงานดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจนักเรียนที่มีเหา

1.1 สำรวจนักเรียนที่มีเหาตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

1.2 นำข้อมูลนักเรียนที่มีเหาแต่ละห้อง  มาจำแนกเป็นรายห้องเรียน และหาค่าร้อยละ

1.3 ขอคำแนะนำครูที่ปรึกษาโครงงานและประสานความร่วมมือกับครูประจำชั้นของนักเรียนที่มีเหา พร้อมทั้งวางแผนการดำเนินงาน

1.4 ประชุมนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของการมีเหา  พฤติกรรมการดูแลตนเองไม่ให้มีเหาและวิธีการกำจัดเหา

ขั้นตอนที่ 2 ทำน้ำยากำจัดเหาจากใบน้อยหน่า

2.1  นำใบน้อยหน่า  500 กรัม ล้างน้ำสะอาด นำไปหั่นให้มีขนาดเล็กลง

2.2  นำไปโขลกให้ละเอียด เทใส่ชามพักไว้ แล้วเทน้ำลงไปปริมาณหนึ่งลิตร คั้นเอาแต่น้ำ

2.3  บรรจุน้ำยาสกัดใบน้อยหน่าลงในขวดเพื่อเก็บไว้ใช้ต่อไป

 

ขั้นตอนที่ 3 วิธีดำเนินการในการกำจัดเหา

3.1  คณะผู้จัดทำและครูที่ปรึกษา นำนักเรียนกลุ่มตัวอย่างปฏิบัติกิจกรรมตามแนวทางที่กำหนด

3.2  นำนักเรียนกลุ่มตัวอย่างมาสระผมด้วยยาสระผม

3.3  นำน้ำยาสกัดใบน้อยหน่าที่เตรียมไว้ทาผมให้ทั่ว  เอาผ้าคลุมไว้สักครึ่งชั่วโมง  จึงล้างออก  ฟอกด้วยยาสระผมอีกครั้งหนึ่ง แล้วใช้หวีถี่ๆสางเอาตัวและไข่เหาออก  ข้อควรระวังอย่าให้น้ำน้อยหน่าเข้าตาเพราะจะแสบตามาก ทำเช่นนี้ทุกวัน  เป็นเวลา  1  สัปดาห์

ขั้นตอนที่ 4 ให้ความรู้  ความเข้าใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่บ้านของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง

               4.1  คณะผู้จัดทำร่วมกับครูที่ปรึกษาเยี่ยมบ้านนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง   โดยให้ความรู้และคำแนะนำทั้งนักเรียนกลุ่มตัวอย่างและผู้ปกครองในการดูแลรักษาความสะอาด ที่อยู่อาศัย  ผ้าห่ม  หมอน  ที่นอน  ผ้าเช็ดตัว  การสระผมและการทำความสะอาดร่างกาย  การใช้เครื่องใช้แยกกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว  หวี  เป็นต้น

4.2 ให้ผู้ปกครองช่วยสังเกตและมีส่วนร่วมในการดูแลพฤติกรรมการรักษาความสะอาดตนเองที่บ้านและให้หายจากโรคเหา

4.3 ดูแล  ติดตาม  พฤติกรรมการรักษาความสะอาดของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งนักเรียนปลอดเหาและไม่กลับมาเป็นเหาอีก โดยติดตามเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน

4.4 สำรวจความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีส่วนร่วมในการทำโครงงานเรื่องนี้และประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองในการป้องกันและกำจัดเหาของนักเรียน

4.5  สรุปผลการดำเนินโครงงาน

             4. ดำเนินงานด้านภาวะการณ์เจริญเติบโต ของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนมีน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง (W/H)  เกินเกณฑ์ (เริ่มอ้วนและอ้วน)  ไม่ให้เกินร้อยละ 7  และนักเรียนมีส่วนสูงตามเกณฑ์ส่วนสูง (H/A)  ต่ำกว่าเกณฑ์ (ค่อนข้างเตี้ยและเตี้ย) ไม่เกินร้อยละ 5   โดยดำเนินการดังนี้

4.1 ประเมินภาวะการเจริญเติบโตของนักเรียนทุกคน ทุก 6 เดือน (อนุบาลถึง – ป.4  ครูเป็นผู้ประเมิน  ป.5-ม.6  นักเรียนประเมินตนเอง)  โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง (เครื่องชั่งต้องทำการตรวจสอบให้ได้มาตรฐาน) และแปลผลโดยใช้กราฟแสดงเกณฑ์อ้างอิงการเจริญเติบโตของเด็กไทย  อายุ
5 – 18 ปี กรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2542  คำนวณอายุนักเรียนเป็น  ปี เดือน  เศษของเดือนที่มากกว่า 15  วัน  ให้ปัดขึ้นเป็น 1 เดือน  จากนั้นจุดน้ำหนักส่วนสูงบนกราฟน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง  และกราฟส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ  แล้วลากเส้นเชื่อมจุดเพื่อให้ทราบถึงภาวะการเจริญเติบโตและแนวโน้มการเจริญเติบโต

4.2  สรุปผลการประเมินรายบุคคล  แล้วรวมเป็นระดับห้องเรียน    ชั้นเรียน   และภาพรวมของโรงเรียนตามลำดับ

4.3  นำผลสรุปนักเรียนที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนแล้วหาค่าร้อยละ   แสดงผลเป็นนักเรียนมีน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง (W/H)  เกินเกณฑ์

4.4  นำผลสรุปนักเรียนที่มีภาวะค่อนข้างเตี้ยและเตี้ยหาค่าร้อยละ   แสดงผลเป็นนักเรียนมีส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ (H/A)  ต่ำเกินเกณฑ์

4.5  ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนทุกคนทุก 6 เดือน  ตามแบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร  เพื่อให้ทราบว่ามีพฤติกรรมใดเหมาะสม  พฤติกรรมใดไม่เหมาะสม

4.6  แจ้งและอธิบายผลการประเมินทุกครั้ง ให้กับนักเรียน และพ่อแม่/ผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบถึงภาวะการเจริญเติบโต  แนวโน้มการเจริญเติบโต   และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียน

4.7  นักเรียนที่มีภาวะการเจริญเติบโตผิดปกติ    แม้ว่าจะไม่เกินเกณฑ์ตามตัวชี้วัดโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรก็ตาม   แต่โรงเรียนดำเนินการแก้ไข  ดังนี้

                   4.7.1  วิเคราะห์ข้อมูล/ค้นหาสาเหตุของปัญหาทุพโภชนาการ (ขาดและเกิน)

4.7.2  วางแผนการดำเนินงานร่วมกันโดยคณะกรรมการสถานศึกษา

4.7.3  ดำเนินการส่งเสริมการเจริญเติบโตของนักเรียน   เป็นการดำเนินงานที่มุ่งเน้นให้นักเรียนมีการเจริญเติบโตในระดับดีต่อไป คือ อยู่ในระดับส่วนสูงตามเกณฑ์    ค่อนข้างสูง หรือสูงกว่าเกณฑ์ และมีรูปร่างสมส่วน  โดยมีแนวโน้มการเจริญเติบโตดี

4.7.4   ดำเนินการป้องกัน หรือแก้ไขนักเรียนขาดอาหาร (น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์/เตี้ย/ผอม) และกลุ่มเสี่ยง (ค่อนข้างเตี้ย, ค่อนข้างผอม) ดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งนักเรียนขาดอาหาร(น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์/เตี้ย/ผอม) และกลุ่มเสี่ยง (ค่อนข้างเตี้ย, ค่อนข้างผอม)  เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเปลี่ยนระดับภาวะการเจริญเติบโตเป็นการขาดอาหาร  โดยครู  ผู้ปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนเตี้ย/นักเรียนผอมและกลุ่มเสี่ยง   เพื่อให้นักเรียนได้รับสารอาหารเพิ่มขึ้น ครบถ้วน และได้สมดุล

4.7.5   ดำเนินการป้องกัน หรือแก้ไขนักเรียนอ้วน(เริ่มอ้วนและอ้วน)  และกลุ่มเสี่ยง(ท้วม)

โรงเรียนดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งนักเรียนอ้วนและกลุ่มเสี่ยง (ท้วม) เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเปลี่ยนระดับภาวะการเจริญเติบโตเป็นนักเรียนอ้วน  โดยเน้นการควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มมากเกินไป และไม่ควรลดน้ำหนัก   ยกเว้นรายที่มีน้ำหนักมากๆ ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์  โดยครู ผู้ปกครอง และอบต.  มีส่วนร่วมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนอ้วนและกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารที่ให้พลังงานสูงลดลง   ได้รับสารอาหารครบถ้วน  และได้สมดุล

4.7.6   ติดตามภาวะการเจริญเติบโต และพฤติกรรมการบริโภคอาหารของนักเรียนที่ขาดอาหาร  นักเรียนอ้วน นักเรียนกลุ่มเสี่ยง และนักเรียนที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตไม่ดี  โดย

1)  ประเมินภาวะการเจริญเติบโตทุกเดือน

2)  ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร

-  กลุ่มขาดอาหาร/อ้วน  ประเมินทุกสัปดาห์

-  กลุ่มเสี่ยงต่อการขาดอาหารและกลุ่มเสี่ยงต่ออ้วน รวมทั้งนักเรียนที่มีแนวโน้ม
การเจริญเติบโตไม่ดี ประเมินทุก 2 สัปดาห์

-  หากมีพฤติกรรมดีขึ้นให้ประเมินทุก 2 สัปดาห์สำหรับเด็กขาดอาหารและเด็ก    อ้วน  ทุกเดือนสำหรับกลุ่มเสี่ยง   และเปลี่ยนเป็นทุกเดือนในเด็กขาดอาหารและเด็กอ้วน   ทุก 2 เดือนในกลุ่มเสี่ยง

3)  เยี่ยมบ้านนักเรียนขาดอาหาร อ้วน และกลุ่มเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. และครู  อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อดูสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกบ้าน  พร้อมทั้งให้คำแนะนำและติดตามผล

            5.การป้องกันนักเรียนไม่มีฟันแท้ผุและไม่มีฟันแท้ถูกถอน
โรงเรียนบ้านหนองขามนาดี  จัดกิจกรรมส่งเสริมทันตสุขภาพนักเรียนไม่ให้มีฟันแท้ผุและไม่มีฟันแท้ถูกถอน  ร้อยละ 45  ขึ้นไปสำหรับนักเรียนประถมศึกษา  โดยประเมินนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  ภายใต้หลักการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่องจนสามารถส่งผลลัพธ์ด้านสุขภาพช่องปากของนักเรียนได้ปลอดภัย ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการสร้างเสริมพฤติกรรมอนามัยและพฤติกรรมการบริโภคที่เอื้อต่อสุขภาพช่องปากรวมทั้งการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมซึ่งเอื้อต่อทันตสุขภาพซึ่งเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้นทำให้เกิดพฤติกรรมอนามัยที่เหมาะสมสามารถส่งผลต่อการควบคุมและป้องกันโรคฟันผุซึ่งพบมากในกลุ่มเด็กนักเรียนได้   มีแนวทางการดำเนินงาน  คือ   ประเมินนักเรียนไม่มีฟันผุและไม่มีฟันแท้ถูกถอนทุกคน ทุกชั้น  โดยดูจากระบบการตรวจฟันภายใต้โครงการ “ยิ้มสดใสเด็กไทยฟันดี”  หรือข้อมูลการตรวจสุขภาพประจำปีของทันตบุคลากรหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  หรือสมุดบันทึกสุขภาพประจำตัวนักเรียนได้ทำกิจกรรมทันตสุขภาพอย่างจริงจังและต่อเนื่องเป็นการป้องกันการเกิดโรคฟันผุในฟันแท้    อีกทั้งนักเรียนยังได้รับการตรวจและเฝ้าระวังทันตสุขภาพ   และได้รับการช่วยเหลือในรายที่มีปัญหา
6.  ส่งเสริมให้นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดี ร้อยละ 80   ขึ้นไป โดยทำการทดสอบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนภาคเรียนละ 2 ครั้ง และนำผลมาสรุปตามเกณฑ์การประเมินของกรมพลศึกษา คือ  นักเรียนมีผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายผ่านครบทั้ง  3   ด้าน   คือ   1)   ด้านความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ    2)  ด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ   3)  ด้านความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ)  มีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

6.1 นำผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายที่โรงเรียนดำเนินการอยู่แล้วมาประเมินสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ   ให้สอดคล้องกับการประเมินในแต่ละด้าน  ( ด้านความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ  ด้านความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ    และด้านความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ)

6.2 การแปลผล  นักเรียนแต่ละคนจะต้องมีผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายแต่ละด้านอยู่ในเกณฑ์ตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป (ปานกลาง ดี และดีมาก) ครบทั้ง 3 ด้าน จึงถือว่านักเรียนผู้นั้นผ่านเกณฑ์

6.3 สรุปผลการประเมินรายบุคคล  แล้วรวมเป็นระดับห้องเรียน    ชั้นเรียน   และภาพรวมของโรงเรียน  ตามลำดับและหาค่าร้อยละ

 

7. ส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพจิตดี ร้อยละ 80 ขึ้นไป โดยดำเนินการคัดกรองปัญหาโดยใช้แบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ) โดยครูเป็นผู้ประเมิน พบว่า นักเรียนไม่มีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ คือ ปัญหาด้านอารมณ์ ด้านความประพฤติ/เกเร ด้านพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง/สมาธิสั้น ด้านความสัมพันธ์กับเพื่อน และด้านสัมพันธภาพทางสังคม มีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

7.1  ทำความเข้าใจกับข้อแนะนำการใช้แบบประเมินจุดแข็งจุดอ่อน (Strengths and Difficulties Questionnaire = SDQ) พ.ศ. 2546

7.2  การประเมิน SDQ  สำหรับการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรนั้น  ให้นำข้อมูลชุดที่ครูประเมินนักเรียนตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1  เป็นต้นไป  มาใช้ในการวิเคราะห์และแปลผลภาวะสุขภาพจิตของนักเรียน

7.3  นำคะแนนรวมปัญหาทั้ง 4  ด้าน ได้แก่  ด้านB. ปัญหาทางอารมณ์  ด้านC. ปัญหาพฤติกรรมเกเร  ด้าน D. ปัญหาพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง/สมาธิสั้น  ด้านE. ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อน  ของนักเรียนแต่ละคนมาเปรียบเทียบกับผลการประเมินว่าเด็กคนนั้นอยู่ในกลุ่มปกติ   กลุ่มเสี่ยงหรือกลุ่มมีปัญหา

7.4  สรุปผลการประเมินนักเรียนกลุ่มปกติ  กลุ่มเสี่ยง  และกลุ่มมีปัญหา  ตามระดับห้องเรียน   ชั้นเรียน   และภาพรวมของโรงเรียนตามลำดับ

7.5  นำผลสรุปนักเรียนกลุ่มปกติและกลุ่มเสี่ยงรวมกันแล้วหาค่าร้อยละ   แสดงผลเป็นนักเรียนมีสุขภาพจิตดีตามตัวชี้วัด   และนำผลสรุปนักเรียนกลุ่มมีปัญหาหาค่าร้อยละแสดงผลเป็นนักเรียนกลุ่มที่มีปัญหา

7.6  โรงเรียนวางแผน   และดำเนินการเฝ้าระวังนักเรียนกลุ่มเสี่ยง   และแก้ไขนักเรียนกลุ่มที่มีปัญหาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

 

 

 

8. จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาสุขภาพในโรงเรียน เป็นปัญหาที่มีอัตราการพบโรคในเด็กวัยเรียนสูงเกณฑ์เกิน เช่น โรคฟันผุ โรคเหา โรคไข้เลือดออก โรงเรียนดำเนินการในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ดังนี้

8.1 แก้ปัญหานักเรียนเป็นโรคฟันผุ ดำเนินการจัดทำโครงการฟันสวยยิ้มใส เด็กไทยฟันดี  โรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่โรงเรียน ช่วยแก้ไขด้านทันตสุขภาพของนักเรียน เนื่องจากพบปัญหานักเรียนส่วนใหญ่ไม่แปรงฟันหลังอาหาร   ทำให้นักเรียนมีฟันผุน้อยลง

8.2 แก้ปัญหาโรคเหา โดยมีการรณรงค์กำจัดเหาทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน และมีมาตรการให้นักเรียนทุกคนปลอดเหา  จัดทำโครงงานเหาหายสบายหัว ด้วยพืชสมุนไพรในท้องถิ่น   ดังนั้น นักเรียนจึงปลอดเหา 100 %

ในการดำเนินการแก้ปัญหาทั้งโรคฟันผุและโรคเหา มีแนวทางดำเนินการดังนี้

1).  สำรวจสถานการณ์ปัญหา   วิเคราะห์สภาพและสาเหตุของปัญหา  จัดลำดับความสำคัญ     และหาแนวทางแก้ไข

2).  จัดทำเป็นแผนงาน/โครงการ  ของโรงเรียนโดยระบุวันเดือน ปี  เริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ  และผู้รับผิดชอบ

3).  ระบุแผนปฏิบัติการและรายละเอียดกิจกรรมที่ชัดเจน

4).  มีการประเมินผลสำเร็จเปรียบเทียบก่อนและหลังดำเนินโครงการ

 

9. จัดน้ำดื่มสะอาด ปลอดภัย  บริการแก่นักเรียน  โรงเรียนมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

9.1   โรงเรียนสำรวจ   และปรับปรุงระบบน้ำดื่มในโรงเรียนโดยการตรวจสอบแหล่งน้ำดื่ม   ระบบท่อจ่ายน้ำ  เครื่องกรองน้ำ   ที่เก็บกักน้ำ  ก๊อกน้ำและจุดบริการน้ำดื่ม   ให้อยู่ในสภาพดี  ไม่ชำรุด  สะอาด  ไม่เฉอะแฉะ

9.2  ตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มเบื้องต้นด้วยชุดตรวจสอบอย่างง่าย (Test kit) ได้แก่  การตรวจสอบโคลิฟอร์มแบคทีเรีย ด้วย  อ 11  ณ  จุดบริการน้ำดื่ม

9.3  เมื่อตรวจด้วยชุดตรวจสอบอย่างง่าย แล้วไม่พบการปนเปื้อนโคลิฟอร์มแบคทีเรีย   โรงเรียนประสานกับสาธารณสุขอำเภอแก้งสนามนาง เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำทางกายภาพ  เคมีและแบคทีเรีย  เพื่อส่งตรวจที่ ศูนย์ห้องปฏิบัติการกรมอนามัย  และนำผลมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบริโภคกรมอนามัย พ.ศ. 2553

10. จัดน้ำดื่มบริการแก่นักเรียนที่มีเพียงพอต่อจำนวนนักเรียน  มีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

                   10.1  โรงเรียนจะต้องจัดหาน้ำสะอาดไว้เป็นน้ำดื่มบริการแก่นักเรียนและบุคลากรอย่างเพียงพอตลอดปี

         10.2  จัดจุดบริการน้ำดื่มให้เพียงพอตามเกณฑ์มาตรฐาน  คือ จุดบริการน้ำดื่ม1 ที่ต่อผู้ใช้ 75 คน โดยจัดในรูปแบบน้ำผ่านระบบการกรอง ปล่อยจากก๊อก  มีก๊อก  6  ก๊อก   เป็นโรงเรียนมีจุดบริการน้ำดื่ม  6  ที่   บริเวณจุดบริการน้ำดื่ม  สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า  60  เซนติเมตร  สะอาดไม่มีคราบสกปรก  ไม่เฉอะแฉะ  ไม่ใช้ภาชนะดื่มน้ำร่วมกันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรค

 

       

        11. ส้วมผ่านเกณฑ์มาตรฐาน HAS ครบ 16 ข้อ

โรงเรียนดำเนินงานต่อเนื่องจากองค์ประกอบที่  4  การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพ  มีแนวทางการดำเนินงานคือ ทำความเข้าใจกับเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ  (HAS) 16 ข้อ   โรงเรียนและนักเรียนดำเนินการพัฒนาส้วมในโรงเรียนทุกที่ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานส้วมสาธารณะระดับประเทศ  ดังนี้

11.1 พื้น ผนัง เพดาน โถส้วม โถปัสสาวะ สะอาด ไม่มีคราบสกปรก อยู่ในสภาพดีใช้งานได้

11.2 น้ำใช้สะอาด เพียงพอและไม่มีลูกน้ำยุง ภาชนะเก็บกักน้ำ ขันตักน้ำสะอาด อยู่ในสภาพดี ใช้งานได้

11.3 มีกระดาษชำระเพียงพอต่อการใช้งานตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ และสายฉีดชำระที่สะอาด อยู่ในสภาพดี  ใช้งานได้

11.4 อ่างล้างมือ  ก๊อกน้ำ  กระจก  สะอาด  ไม่มีคราบสกปรก  อยู่ในสภาพดี  ใช้งานได้

11.5 สบู่ล้างมือ  พร้อมให้ใช้  ตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ

11.6 ถังรองรับมูลฝอย  สะอาด  มีฝาปิด  อยู่ในสภาพดี  ไม่รั่วซึม  ตั้งอยู่ในบริเวณอ่างล้างมือ  หรือบริเวณใกล้เคียง

11.7 มีการระบายอากาศดี  และ  ไม่มีกลิ่นเหม็น

11.8 สภาพท่อระบายสิ่งปฏิกูลและถังเก็บกักไม่รั่ว  แตก  หรือชำรุด

11.9 จัดให้มีการทำความสะอาด  และระบบการควบคุมตรวจตรา เป็นประจำ

11.10 จัดให้มีส้วมนั่งราบสำหรับผู้พิการ  ผู้สูงวัย  หญิงตั้งครรภ์  และประชาชนทั่วไปอย่างน้อยหนึ่งที่

11.11 ส้วมสาธารณะพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่เปิดให้บริการ

11.12 บริเวณที่ตั้งส้วมต้องไม่อยู่ที่ลับตา/เปลี่ยว

11.13 มีการแยกห้องน้ำชาย – หญิง และมีป้ายที่ชัดเจน

11.14 มีประตู ที่จับเปิด – ปิด และที่ล็อกด้านใน สะอาด อยู่ในสภาพดีใช้งานได้

11.15 พื้นห้องส้วมแห้งสะอาด ตลอดเวลา

11.16 ห้องส้วมแต่ละห้องมีแสงสว่างเพียงพอ สามารถมองเห็นได้ทั่วบริเวณ

 

           12. ไม่จัดและจำหน่ายอาหารว่าง หรือขนมที่มีไขมันสูง และรสเค็มจัด

                 อาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ ไขมันสูง และรสเค็มจัด มีผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นผลให้เด็กมีภาวะอ้วน มีความเสี่ยงต่อโรคไต โรคความดันโลหิตสูง ดังนั้น โรงเรียนต้องไม่จัดและจำหน่ายอาหารว่างหรือขนมที่มีไขมันสูง และรสเค็มจัด เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากองค์ประกอบที่ 7  โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

12.1  สำรวจอาหารว่างที่จัดบริการ/จำหน่ายในโรงเรียน

12.2  ตรวจสอบปริมาณไขมันและโซเดียม หากมีปริมาณเกินที่กำหนดแสดงว่า  มีไขมันสูงและรสเค็มจัด โดยมีเกณฑ์ดังนี้

12.2.1  อาหารที่ปรุงโดยใช้น้ำมันมากเกิน 3.25 กรัมต่อมื้อ  หรือมากกว่าครึ่งช้อนชา (น้ำมัน 1 ช้อนชา หนัก 5 กรัม)  หรืออาหารทอดด้วยน้ำมันท่วม

12.2.2  อาหารที่มีปริมาณโซเดียมระบุในฉลากโภชนาการเกินร้อยละ 4  ของปริมาณโซเดียมที่แนะนำใน 1 วัน (ปริมาณโซเดียมที่ได้รับไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน)  ต่อการบริโภค 1 ครั้ง หรือปริมาณโซเดียมเกิน 100 มิลลิกรัมต่อครั้ง  หรือมีเกลือเกิน  0.25  กรัม

12.3   หากพบอาหารว่างที่มีไขมันและโซเดียมเกินกำหนด ได้ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ/ร้านค้าเปลี่ยนเป็นอาหารว่างชนิดอื่นแทน  และอธิบายให้นักเรียนทราบถึงอันตรายจากการบริโภคอาหารดังกล่าว

 

           13. ไม่จัดและจำหน่ายอาหารว่างและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด ทุกวันที่เปิดเรียน

อาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ รสหวานจัด มีผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเด็ก เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มักทำให้รับประทานอาหารมื้อหลักได้น้อยเป็นผลให้มีการขาดอาหาร(ผอม  เตี้ย) แต่หากรับประทานอาหารมื้อหลักมากด้วยแล้ว   เด็กจะมีภาวะอ้วน   ดังนั้น ในโรงเรียน ไม่จัดและจำหน่ายอาหารว่างหรือขนมที่มีรสหวานจัด   เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากองค์ประกอบที่ 7  โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

13.1  สำรวจอาหารว่างที่จัดบริการ/จำหน่ายในโรงเรียน

13.2  ตรวจสอบปริมาณน้ำตาล หากมีปริมาณเกินที่กำหนดแสดงว่ามีรสหวานจัดโดยมีเกณฑ์

13.2.1 ขนมที่มีปริมาณน้ำตาลสูงเกิน 12   กรัมหรือ  3  ช้อนชา ต่อมื้อ   (น้ำตาล 1 ช้อนชาหนัก   4  กรัม)

13.2.2 เครื่องดื่มสำเร็จรูปที่มีปริมาณน้ำตาลที่ระบุในฉลากโภชนาการเกินร้อยละ 5 ต่อการ บริโภค 1 ครั้ง  หรือมีน้ำตาลเกิน  5  กรัม ในเครื่องดื่ม  100  ซีซี

 

13.3  เครื่องดื่มผสมเอง

13.3.1 เครื่องดื่มผสมเองไม่ใส่น้ำแข็ง มีส่วนผสมของน้ำตาลเกิน5กรัมต่อน้ำ100ซีซี

13.3.2  เครื่องดื่มผสมเองใส่น้ำแข็ง มีส่วนผสมของน้ำตาลเกิน10 กรัมต่อน้ำ100ซีซี

13.4  หากพบอาหารว่าง/เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกินกำหนด     ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ/ร้านค้าลดปริมาณน้ำตาลหรือเปลี่ยนเป็นอาหารว่างและเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน  และอธิบายให้นักเรียนทราบถึงอันตรายจากการบริโภคอาหารดังกล่าว

 

    14. ส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนได้บริโภคผักทุกมื้อกลางวันทุกวัน

อาหารกลุ่มผัก เป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และกลุ่มสารเคมีที่ผลิตโดยพืช(Phytochemicals) ช่วยทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ และการเผาผลาญพลังงานและสารอาหารสมบูรณ์มากขึ้น  ช่วยในการขับถ่าย  ลดการสร้างและการดูดซึมโคเลสเตอรอล  เป็นผลให้ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ดังนั้น  นักเรียนจึงควรบริโภคผักในปริมาณเพียงพอ  เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากองค์ประกอบที่ 7  โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย    โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

         14.1  รวบรวมรายการอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบหรือปรับสูตรอาหารที่ไม่มีผัก โดยเพิ่มผักในสูตร เช่น ไข่พะโล้ ปรับสูตร โดยใส่ผักเข้าไป  เช่น  แครอท   หัวไชเท้า

14.2  จัดรายการอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบทุกวัน ไว้ล่วงหน้า 1 เดือน

14.3     คำนวณปริมาณผักที่ต้องซื้อในแต่ละวันดังนี้

-              นักเรียนระดับอนุบาล ต้องซื้อผักเฉลี่ยคนละ 50  กรัม

-              นักเรียนระดับประถมศึกษา ต้องซื้อผักเฉลี่ยคนละ 70  กรัม

-              นักเรียนระดับมัธยมศึกษา ต้องซื้อผักเฉลี่ยคนละ 90  กรัม

-              หากครูและบุคลากรรับประทานอาหารที่โรงเรียนต้องคำนวณปริมาณผักที่ต้องซื้อของครูและบุคลากรรวมด้วย คือ เฉลี่ยคนละ 120  กรัม

14.4  ตักอาหารให้มีปริมาณผักดังนี้

-              นักเรียนระดับอนุบาล ปริมาณผักคนละ 3 ช้อนกินข้าว

-              นักเรียนระดับประถมศึกษา ปริมาณผักคนละ 4 ช้อนกินข้าว

 

           15. โรงอาหารผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน

เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพองค์ประกอบที่ 4  การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพและองค์ประกอบที่  7  โภชนาการและอาหารที่ปลอดภัย  มีแนวทางการดำเนินงาน เพื่อผ่านเกณฑ์โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร    ผ่านมาตรฐานสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน   ครบทั้ง  30  ข้อ   การตรวจสุขภาพผู้ปรุงผู้เสิร์ฟ  ได้ตรวจสุขภาพทั่วไป   และมีผลการตรวจอุจจาระเพื่อดูโรคติดต่อระบบทางเดินอาหาร  และ ผล  X-Ray  ปอดเพื่อดูโรคระบบทางเดินหายใจ

 

16. โรงเรียนมีการป้องกันอุบัติภัย จนทำให้นักเรียนไม่มีการรักษาตัวในโรงพยาบาล

เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพองค์ประกอบที่ 4  การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพ    โดยโรงเรียนมีการดำเนินการหรือมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยดังนี้

16.1 มีมาตรการความปลอดภัยในสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและผลิตภัณฑ์ต่างๆในโรงเรียน  รวมถึงสภาพโครงสร้างอาคารที่ถูกต้องเพื่อป้องกันการพลัดตกจากที่สูง   พื้นสนามเด็กเล่น เป็นทราย เพื่อดูดซับพลังงานจากการตกกระแทก  เครื่องเล่นสนามจัดตั้งอย่างถูกวิธี  เครื่องเล่นที่ชำรุดหรือใช้การไม่ได้ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กเข้าไปใช้  ดูแลตรวจสอบสายไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ให้ชำรุด  จัดการแหล่งน้ำภายในโรงเรียนให้มีรั้วรอบขอบชิดไม่ให้เด็กเล็กตกลงไปได้

16.2 มีมาตรการคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง  เช่น  การป้องกันเด็กก่อพฤติกรรมรุนแรง  เด็กรังแกกัน  การป้องกันคนแปลกหน้า  ระบบการลงโทษเด็ก  การป้องกันการทำร้ายทางอารมณ์และจิตใจเด็กโดยครู

16.3  มีมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางไปกลับโรงเรียน  เช่น  ห้ามนักเรียนขับขี่รถยนต์ทุกชนิดเมื่ออายุน้อยกว่า  15  ปี  แนะนำผู้ปกครองจัดหาอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยสำหรับเด็ก  เช่น  หมวกนิรภัยสำหรับโดยสารรถจักรยาน

16.4.  มีมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมการศึกษา  การกีฬา  นันทนาการ  การเข้าค่ายทัศนศึกษา  โดยต้องวางแผนตระเตรียมอย่างดี  แจ้งผู้ปกครองทราบ  และวางแผนป้องกันทุกจุดไว้ล่วงหน้า

16.5  มีการสอนหลักสูตรความปลอดภัยเพื่อสร้างทักษะและจิตสำนึกให้แก่เด็ก

16.6  มีแผนฉุกเฉิน  แผนสาธารณภัยและระบบส่งต่อฉุกเฉินในโรงเรียนไปยังโรงพยาบาลแก้งสนามนาง  บุคลากรในโรงเรียนได้รับการฝึกทั้งการปฐมพยาบาล  การกู้ชีพเบื้องต้น

 

17. โรงเรียนมีการจัดการแก้ไขเมื่อมีปัญหาที่เกิดจากภาวะมลพิษภายนอก

เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากการดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพองค์ประกอบที่  4  การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพ   มีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

17.1  สำรวจสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสุขภาพทั้งภายในและรอบๆบริเวณโรงเรียน  เช่น  ขยะ  มลพิษทางน้ำ  เสียง  ความร้อน  อากาศ  ฝุ่นละออง  แมลงวัน  เป็นต้น

17.2  โรงเรียนดำเนินการแก้ไข โดยการขอความร่วมมือผู้ประกอบการ

18. โรงเรียนผ่านเกณฑ์มาตรฐานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน

เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากองค์ประกอบที่  4   การจัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อต่อสุขภาพ    เพื่อผ่านเกณฑ์โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร  จะต้องดำเนินการให้ผ่านมาตรฐานทั้ง  30  ข้อ

 

19. การสูบบุหรี่ในโรงเรียน

เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากองค์ประกอบที่ 10  การส่งเสริมสุขภาพบุคลากรในโรงเรียนการไม่สูบบุหรี่ในโรงเรียนตามตัวชี้วัดนี้  มุ่งหมายถึงบุคคลที่เป็นนักเรียน  บุคลากรของโรงเรียน  รวมทั้งผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงเรียนเป็นประจำ  เช่น  ผู้ขายอาหาร  เป็นต้น  มีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

19.1 มีเครื่องหมายปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย  โดยติดที่ทางเข้าโรงเรียน  ทางเข้าอาคาร  หรือบริเวณอื่นๆ  เช่น   ห้องสุขา   ห้องสมุด   สนามกีฬา  ห้องประชุม   สนามเด็กเล่น เป็นต้น

19.2 ไม่รับการอุดหนุนด้านการเงินและสิ่งอื่นๆ จากอุตสาหกรรมยาสูบ

19.3 จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อส่งเสริมบ้าน/โรงเรียน/ชุมชน  ปลอดบุหรี่

 

สรุป

โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร มีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและชุมชนในการเสริมสร้างสุขภาพ ร่วมมือกันจัดสิ่งแวดล้อมให้  ถูกสุขลักษณะ ขยายผลสู่ชุมชนเพื่อให้นักเรียน ครู  ผู้ปกครองและชุมชนเกิดทักษะและเสริมสร้างพฤติกรรมสุขภาพให้สอดคล้องกับสุขบัญญัติแห่งชาติ  ลดปัจจัยเสี่ยงต่อพฤติกรรมที่นำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพ  มีการตรวจสุขภาพประจำปีของนักเรียน บุคลากรในโรงเรียนและเผยแพร่ให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครองและชุมชนเกี่ยวกับสุขภาพ  โดยมีการดำเนินงานตาม 10 องค์ประกอบของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ   จัดตั้งชมรมเด็กไทยทำได้ในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 3  กิจกรรม คือ  กิจกรรมอาหารสะอาดปลอดภัย  ผู้นำนักเรียนเผยแพร่ความรู้เรื่องการรับประทานอาหาร ดูแลโรงอาหารโรงครัวให้สะอาดถูกสุขลักษณะ จัดอาหารกลางวันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ  กิจกรรมสุขาน่าใช้  จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการใช้ห้องน้ำอย่างถูกวิธี  แบ่งงานกันรับผิดชอบดูแลสุขาให้สะอาด  ประดิษฐ์วัสดุสำหรับใช้ในห้องน้ำ เช่น  การบูรดับกลิ่น  สบู่เหลวจากเศษสบู่   กิจกรรมเด็กไทยฟันดี  ให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพในช่องปากและการเลือกไม่รับประทานอาหารที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพฟัน  ควบคุมการจำหน่ายอาหารที่มีผลเสียต่อสุขภาพฟัน  ผู้นำชมรมดูแลให้สมาชิกแปรงฟันหลังอาหารกลางวันให้ถูกวิธีและสะอาด

โครงการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพในโรงเรียน   รวบรวมปัญหาด้านต่างๆ ของโรงเรียน  เช่นปัญหาการมีเหา  ปัญหาด้านทันตสุขภาพของนักเรียน  สำรวจนักเรียนที่มีปัญหาด้านทันตสุขภาพ  ติดต่อประสานงานเพื่อ ขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ดำเนินกิจกรรมแก้ไขปัญหาโดยการจัดให้มีการแปรงฟันหลังรับประทานอาหารกลางวัน  ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เรื่องการแปรงฟันที่ถูกวิธีและเรื่อง   ทันตสุขภาพ   ไม่จัดจำหน่ายอาหารว่างและเครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด   ปัญหาเกี่ยวกับนักเรียนน้ำหนักเกินเกณฑ์และน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์  เริ่มจากการสำรวจนักเรียนที่มีปัญหา  คิดหาวิธีการแก้ปัญหาโดยการจัดอาหารเช้าเสริมให้กับนักเรียนที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และจัดโปรแกรมการออกกำลังกายให้กับนักเรียนที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์  โดยจัดให้ออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ฮูลาฮูป ในตอนเย็นหลังเลิกเรียน  ปั่นจักรยานรอบสนาม   ปัญหาเกี่ยวกับน้ำดื่มของนักเรียนเดิมนักเรียนมีน้ำดื่มไม่สะอาดเท่าควร  และไม่พอเพียง  ได้ดำเนินการจัดทำจุดบริการน้ำดื่ม  1  ที่/นักเรียน 75  คน  ดำเนินการวิเคราะห์ผ่านเกณฑ์คุณภาพน้ำบริโภค จากกรมอนามัย

 

        2.3 ผลที่เกิดจากการนำผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ไปใช้

ผลจากการดำเนินงานในการพัฒนาสุขภาพนักเรียนตามมาตรฐานโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร  ที่เน้นการวัดผลทางสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียน ทำให้โรงเรียนบ้านหนองขามนาดีมีการพัฒนากิจกรรมด้านสุขภาพ บรรลุเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชร จนได้รับรองมาตรฐานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ระดับเพชร จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

การพัฒนางานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพในอนาคตนั้น จะสร้างเครือข่ายโรงเรียนในกลุ่ม และในระดับสพป.นครราชสีมา เขต 6 เพิ่มเติม และสร้างคู่มือแก่ครูอนามัยโรงเรียน   เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานอย่างง่าย ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะครูอนามัยแต่ละโรงเรียนเปลี่ยนหน้าที่การปฏิบัติงานแทบทุกปี ทำให้การพัฒนางานไม่ต่อเนื่อง และสิ่งสำคัญที่จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนคือ ทำความเข้าใจ และสร้างความตระหนักให้ครู และผู้บริหารเห็นความสำคัญ เพราะส่วนมากยังมีความคิดว่าการให้บริการดูแลสุขภาพนักเรียนเป็นงานฝาก ซึ่งแท้จริงแล้ว เป้าหมายของหลักสูตรต้องการให้นักเรียน เก่ง ดี มีสุข ถ้านักเรียนมีสุขอนามัยที่ดีนักเรียนก็มีความพร้อม ต่อการเรียนรู้ได้ดี ซึ่งจะเกิดข้อนี้ได้ ก็ต้องมีสุขภาพที่ดีก่อน ดังนั้นถ้าเราร่วมมือร่วมใจดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ และร่วมพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพให้นักเรียนฝึกปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน นักเรียนมีความตระหนักใส่ใจต่อสุขภาพตนเอง นักเรียนก็พร้อมรับความรู้จากคุณครูที่สอน แล้วอนาคตประเทศชาติก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายจิตใจ มีภูมิปัญญาความรู้   คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

2.4 แนวคิดในการพัฒนาต่อไป

จากความสำเร็จในด้านการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน เป็นผลจากการที่ข้าพเจ้าได้พัฒนานักเรียนตามแนวทางของโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้แนวคิดการมีส่วนร่วมของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน รวมทั้งผู้ปกครองและชุมชน  ทำให้โรงเรียนบ้านหนองขามนาดีเป็นจุดเริ่มต้นและศูนย์รวมของการพัฒนาสุขภาพในชุมชน  และข้าพเจ้าเห็นความสำคัญในการรักษามาตรฐานของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรให้ต่อเนื่องและมีความยั่งยืนเพื่อประโยชน์สูงสุดกับนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองขามนาดี ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติ ให้มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ  โดยการส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนมีสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ   เพื่อให้นักเรียนมีน้ำหนักส่วนสูง และมีสมรรถภาพทางกายเป็นไปตามเกณฑ์  ส่งเสริมให้นักเรียนที่เป็นแกนนำเด็กไทยทำได้ ได้ดำเนินงานเกี่ยวกับกิจกรรมสุขภาพ และให้ความรู้ด้านสุขภาพกับโรงเรียนอื่น รวมทั้งผู้ปกครอง และชุมชน ให้เห็นความสำคัญของการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองอย่างต่อเนื่อง  จัดทำโครงงานสุขภาพที่แก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของนักเรียน ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่ลดลง และส่งเสริมให้นักเรียน บุคลากรในโรงเรียน และผู้ปกครองทุกคน   สามารถป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติดให้โทษและหลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อความรุนแรง โรคภัย อุบัติเหตุ และปัญหาทางเพศ  รวมทั้งมีการปรับปรุงพัฒนาทางด้านโครงการสร้างระบบน้ำดื่มของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพถูกสุขลักษณะ มีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคโดยการตรวจสอบคุณภาพน้ำ โดยนักเรียนแกนนำ เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการดูแลน้ำดื่มในโรงเรียน   ส่งเสริมการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ โดยการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนดื่มน้ำอย่างเพียงพอ  เน้นให้นักเรียนมีพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้อง ตามธงโภชนาการ เพื่อให้นักเรียนได้สารอาหารที่สำคัญครบถ้วน บริโภคในสัดส่วนที่ถูกต้อง และมีปริมาณที่เหมาะสมกับวัย  จัดกิจกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการแบบมีส่วนร่วมทั้งนักเรียนและผู้ปกครอง  และจัดสภาพแวดล้อมบริเวณโรงเรียนให้เอื้อต่อการพัฒนาสุขภาพนักเรียน  เพื่อที่จะรักษามาตรฐานของโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับเพชรให้ยั่งยืนต่อไป

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>